การจัดเดค Pokemon TCG ให้มีประสิทธิภาพ

Sharing is Sexy...Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Pin on Pinterest
b90128_defae7798b6d473aa242055bdde5244d
ย้อนไม่เมื่อสมัยที่ผมเริ่มเล่น Pokemon TCG ผมคิดจะะสร้างเดคที่มีคุณภาพเพื่อสามารถต่อสู้กับเดคของ Pokemon  Trainer รุ่นพี่ทั้งหลาย ผมหาข้อมูลอยู่นานจนได้พบกับเทคนิคหนึ่งที่ผมยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน หลังจากได้อ่านและลงมือทำ ผมค้นพบเป็นประโยขน์จริงๆครับ
Cr.Wikihow
การเขียน Entry นี้ดัดแปลงมาจากบทความต้นฉบับเมื่อนานแล้ว + ประสบการณ์ส่วนตัวของผมครับ
b90128_952f9eec792244a795d13d9ffb8db1b0
Step 1
คิดลักษณะ Deck ที่อยากเล่น
ก่อนที่จะลงมือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สิ่งสำคัญคือการวางแผน แม้แต่การจัดเดคก็ไม่มีข้อยกเว้น คุณต้องคิดก่อนเลยว่า อยากจะเล่น Pokemon ธาตุอะไร? ตัวไหน? บางคนอาจจะอยากเล่น Pokemon เพียงธาตุเดียว บางคนอาจต้องการสอง หรือมากกว่านั้น เดคส่วนใหญ่จะถูกจัดขึ้นด้วย Pokemon ไม่เกิน 2 ธาตุ ซึ่งเป็นจำนวนที่เหมาะสม แต่ถึงกระนั้น เราก็ยังมีโอกาสได้เห็นเดคที่เต็มไปด้วย Pokemon หลากหลายธาตุมารวมตัวกันอยู่ดี ดั้งนั้นมันขึ้นอยู่กับคุณเป็นผู้เลือก สำหรับ Trainer มือใหม่ ผมแนะนำให้เป็น ธาตุเดียว หรือ 2 ธาตุไปก่อน จะดีที่สุดครับ
หากเกิดคำถามว่า อยากเล่น 2 ธาตุ แต่ไม่รู้จะเลือกยังไง?
คำตอบง่ายๆเลยครับ Pokemon ธาตุหลัก ให้ดูว่าต้องการเล่นตัวอะไร สมมุติว่า Mew ซึ่งเป็น Pokemon ธาตุพลังจิต เราจะสามารถเลือกธาตุที่สองได้โดยดูว่า ธาตุพลังจิตแพ้ธาตุอะไร คำตอบคือ ธาตุมืด ธาตุที่สองที่คุณควรจะเล่นอาจเป็น ธาตุต่อสู้ เพราะ Pokemon ธาตุมืดแพ้ธาตุต่อสู้ นั่นเองครับ เป็นวิธีการเลือกคู่ผสมโดยกลบปมด้อยของธาตุ Pokemon หลัก
นอกจากนี้ คุณยังสามารถมองถึง ท่าโจมตีของ Pokemon แต่ละตัว, Ability ของมัน บวกกับสิ่งที่ผมกล่าวไปในข้างต้นเพื่อวางกลยุทธ์การเอาชนะก่อนการจัดเดคก็ได้
Step 2
ปรับสมดุลให้เกิดขึ้นภายในเดค
มีหยิน ยังต้องมีหยาง ผมไม่ได้พูดถึงการวางหวงจุ้ย หรือหวงซุ้ยของใคร แต่ผมกำลังจะพูดถึง จำนวนการ์ดแต่ละประเภทภายในเดคที่ทำให้เกิดความสมดุล เราจะแบ่งการ์ดออกเป็น 3 ประเภทดังนี้;
Pokemon, Trainer, Energy
สัดส่วนการ์ดที่จะใส่ในเดค ควรจะแบ่งคร่าวๆได้ประมาณนี้
Pokemon 20 ใบ
Trainer 25 ใบ
Energy 15 ใบ
แต่ในปัจจุบัน การเข้ามามีบทบาทของ Pokemon EX เราได้พบบ่อยเลย คือ
Pokemon 17 ใบ
Trainer 30 ใบ
Energy 13 ใบ
หรืออาจจะเป็นแบบนี้
Pokemon 8 – 10 ใบ
Trainer 37 – 39 ใบ
Energy 13 ใบ
นี่เป็นตัวเลขประมาณเอานะครับ ผมอยากให้ลองปรับแต่งตามความพอใจของแต่ละคนมากกว่า
b90128_7b0e44883fdf480ab51d007cba91aefe
Step 3
วางโครงสร้าง Pokemon
การวางโครงสร้างนี้หมายถึงการแยกแยะให้ออกว่า Pokemon แต่ละตัวในเดคของคุณจะทำหน้าที่ในลักษณะใดได้บ้าง เช่น Pokemon ที่จะเป็นตัวตีหลักใช้ในการทำเกมส์ ในขณะที่อีกตัวเป็น Pokemon เสริมเพื่อทำหน้าที่ Counter Pokemon ฝั่งตรงข้าม หรือ ใช้ Ability หนุน Pokemon หลักของเรา การทำเช่นนี้จะช่วยให้ Pokemon ของคุณต่อสู้กันเป็น Team มากยิ่งขึ้น ในบางครั้ง คุณอาจใช้ Pokemon บางตัวในการแก้เกมส์ฝั่งตรงข้าม โดยการหยุดการโจมตี หรือแม้กระทั่งขุด Item จากสุสานมาใช้ใหม่ก็เป็นได้
เมื่อคุณคิดได้เช่นนี้แล้ว ให้คิดเสมอว่า ต้นเกมส์, กลางเกมส์, ท้ายเกมส์ ของคุณจะเป็นอย่างไร นั่นทำให้คุณมองภาพออกว่า คุณควรให้ความสำคัญกับอะไรก่อนหลังได้อย่างชัดเจน เพราะ Pokemon แต่ละตัวกว่าจะเก่งได้ ต้องมีการพัฒนาร่างซึ่งหลายครั้งใช้เวลาหลายเทิร์นกว่าจะเสร็จ ในเดคคุณควรมี Pokemon Basic ให้มากพอที่จะขึ้นมือในเทิร์นที่ 1 – 2 หากคุณคิดจะใช้มันเป็นหลักของเดค และ Stage 1 กับ 2 ให้มากพอเช่นกันเมื่อคุณเริ่มมองหามันจากสำรับการ์ดของคุณ
Step 4
เลือกใช้การ์ดที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน
ขั้นตอนนี้ไม่ยาวเลย สั้นๆ เลือกใช้การ์ดที่สนับสนุนกัน ไม่ว่าจะเป็น Pokemon แต่ละตัว, Supporter, Item สิ่งสำคัญในการเอาชนะ คือ กลยุทธ์
Step 5
เลือก Trainer การ์ดให้เหมาะสมกับ Pokemon และ กลยุทธ์ของคุณ
คุณควรมีการ์ดเร่งจั่วอย่างน้อย 5 – 8 ใบ เพื่อจัดการกับปัญหาการ์ดไม่ขึ้นมือ และตั้งบอร์ดในช่วงต้นเกมส์ คุณอาจได้ใช้พวกมันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงกลางเกมส์ และหาอุปกรณ์เสริมเพื่อปิดฉากในช่วงท้ายเกมส์
จำไว้เสมอว่า Pokemon TCG อนุญาติให้ผู้เล่นใส่การ์ดชื่อเดียวกันได้สูงสุด 4 ใบ และหากการ์ดบางใบที่เป็นกุญแจสำคัญของเกมส์ ยิ่งจำเป็นต้องใส่ลงไปให้เต็ม และใช้การ์ด Trainer เพื่อนำมันขึ้นมือให้ทันเวลา หากแม้พลาดไปเพียงไม่กี่เทิร์น เกมส์อาจพลิกจากได้เปรียบให้เป็นเสียเปรียบได้ ตราบใดที่ Prize card ยังไม่หมด
นอกจากการ์ดเร่งจั่วแล้ว การ์ด Trainer ใบอื่นๆยังสามารถใช้ปั่นป่วนฝั่งตรงข้าม หรือสร้างความได้เปรียบให้กับคุณ นั่นอาจหมายถึง Pokemon ของคุณสามารถต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นเลือกใส่ Trainer การ์ดอย่างระมัดระวัง และทำให้เหมาะสมกับสิ่งที่คุณได้วางแผนไว้
b90128_2d74ddd5a97b435cbae7613ec3f39833
Step 6
ตีกำแพง
ก่อนจะออกไปสู้กับคนอื่น คุณควรจะทดสอบซักนิดนึงว่าเดคของคุณอยู่ในสภาพพร้อมสู้แล้ว วิธีการง่ายๆ คือการตีกำแพง หรือการเล่นคนเดียวโดยสมมุติสถานการณ์ต่างๆที่อาจเกิด และแก้ปัญหาไปพร้อมๆกัน คำนึงไว้เสมอว่า การ์ดที่คุณหวังให้ขึ้นมือเพื่อตั้งแนวต่อสู้นั้นเป็นไปตามแผนหรือไม่ หากไม่ คุณอาจต้องปรับเปลี่ยนอัตราส่วนใหม่ให้เหมาะสม
หลายครั้งที่แฟนผมหาว่าผมบ้า เพราะทุกครั้งหลังจัดเดคเสร็จ หรือว่าง ผมมักจะเอาเดคขึ้นมานั่งตีกำแพงเพื่อทดสอบมันอยู่เสมอ นอกจากจะเป็นการวัดอัตราส่วนของเดคแล้ว ยังช่วยให้ผมเข้าใจแนวทางการเล่นมากขึ้น มองช่องทางในการเอาชนะเกมส์ได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน
แฟนผมมักถามว่า “เธอกำลังทำอะไรอยู่?”
ผมก็จะตอบเธอโดยไม่ลังเลว่า “กำลังฝึก Pokemon อยู่”
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง มันคงจะไม่จริง หากคุณยังไม่รู้จักตัวเอง…
Step 7
Trainer card ต้องไม่มากไป ไม่น้อยไป
ในหลายครั้งอาจมีคนบอกกับคุณว่า Pokemon TCG วัดผลแพ้ชนะที่ Trainer Card ซึ่งผมก็ไม่เถียงครับ เพราะมันคือเรื่องจริง Pokemon ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าใช้ Trainer Card ไม่เหมาะ สมก็สามารถแพ้ได้เช่นกัน
การวัดผลแพ้ชนะส่วนหนึ่งมาจาก Trainer Card ที่ดี และเหมาะสม ไม่ใช่จำนวนที่มากพอครับ ดังนั้นจะใส่มากใส่น้อยให้ดูที่ความเหมาะสมของกลยุทธ์เป็นหลัก อย่าไปยึดติดตามความคิดเดิมๆมากเกินไป เพราะคุณอาจได้เดคแนวๆที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนมาครอบครอง
สิ่งดีๆในปัจจุบันก็มาจากความคิดนอกกรอบของคนเก่าๆทั้งนั้นหล่ะครับ
ไม่ใช่มากพอ แต่ต้องดีพอ…
b90128_914513f8ce1d49ab9dc16bb8fbef63de
Step 8
อย่าหวังพึ่ง Stage 2 มากเกินไป
ในส่วนนี้แทบไม่มีความจำเป็นจะต้องเขียน เพราะในยุคนี้ เราพึ่ง Basic Pokemon กันเป็นหลักอยู่แล้ว (ยุค Pokemon EX) แต่สิ่งที่ควรระลึกไว้อีกเรื่องคือ Stage 2
หากเราหวังพึ่ง Pokemon Stage 2 เป็นหลัก หมายความว่า การตั้งบอร์ดจะใช้เวลานานขึ้นกว่าจะเริ่มเข้าแผนการโจมตี รวมถึง Slot การ์ดที่ต้องเสียไปเพื่อใส่ Basic, stage 1, stage 2 ให้มากพอ เมื่อเป็นเช่นนี้ เราไม่ควรมองข้าม Pokemon ในขั้นต้นๆ เพราะบางตัวโหดร้ายไม่สมหน้าตาเลยก็มี
แทนที่จะเอา Slot การ์ดไปลงกับ Pokemon โหดๆทั้งหมด เราเลือกแค่ไม่กี่ตัวที่ชอบ และหาการ์ดที่ มีความเหมาะสมมาสนับสนุนมันให้เก่งขึ้น น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
———————————————————
หมดแล้วครับ ส่วนที่เหลือคือประสบการณ์ของแต่ละคนแล้วครับ ขอให้เหล่า Trainer ทั้งหลาย สั่งสมประสบการณ์ให้มากเพื่อ Pokemon ที่พวกคุณรัก

Comments

comments