[REVIEW] Machi Koro

Sharing is Sexy...Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Pin on Pinterest

Machi Koro

 

หลายๆครั้งผมมักจะได้ยินชื่อบอร์ดเกมที่เป็นภาษาญี่ปุ่นวางแหมะอยู่บนชั้นวางของ  ไม่เคยมีความคิดจะหยิบมันลงมาเล่นซักครั้ง  เพราะอะไรเหรอ?  ผมเองมีความรู้สึกว่าประเทศญี่ปุ่นหลอกตังค์ผมไปเยอะมากจากกิจกรรมที่ผมสนใจ ยกตัวอย่างเช่น ฟิกเกอร์ , การ์ดเกม ,  อนิเมะ , ซีรี่ย์ , ไลท์โนเวล , กันพลา , วีดีโอเกม และอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน  ผมจึงมโนเอาเองว่าบอร์ดเกมสำหรับประเทศญี่ปุ่นแล้วคงไม่สามารถทำได้ดีเทียบเท่าฝั่งตะวันตกหรอก (พยายามจะมีซักเรื่องที่ไม่อยากเสียเงินให้ประเทศญี่ปุ่น)  และท้ายที่สุดผมก็พลาดอีกจนได้

Machi Koro บอร์ดเกมสีสันสดใสที่ผมเผลอใจให้กับมันไปเต็มๆ เป็นเกมแนวสร้างเมืองและหาเงิน คุณเป็นนายกเทศมนตรีของเมืองนี้ คุณต้องสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่อก่อให้เกิดรายได้ และนำเงินเหล่านั้นไปพัฒนาเมืองของคุณต่อไป  ด้วยความสงสัยว่า Machi Koro มีความหมายว่าอย่างไร ผมปรึกษากับท่านอาจารย์ Google แล้วจึงได้ทราบว่ามันคือ “Dice Town” หรือเมืองลูกเต๋านั่นเอง

ปัจจุบันมีบอร์ดเกมแนวสร้างเมืองอยู่เยอะแยะมากมาย  Machi Koro จะสามารถแหวกตัวเองออกมายืนอยู่แถวหน้าด้วยเอกลักษณ์ที่ตนเองมีอยู่ได้หรือไม่?  ตามผมมาครับ ผมจะเล่าให้ฟัง

 

machi Koro

 

OVERVIEW

Machi Koro  บอร์ดเกมสร้างเมืองและทอยลูกเต๋า เหมาะสำหรับผู้เล่น 2-4 คน ใช้เวลาในการเล่นโดยประมาณ 30 นาที  ผมบอกไม่ได้ว่าเล่นจำนวนคนเท่าไหร่สนุกที่สุด เพราะหลังจากได้ลองเล่นทั้งหมดแล้ว สนุกมากแทบทุกแบบเลยครับ

ในเกมนี้ผู้เล่นทุกคนจะเริ่มต้นด้วยการ์ดสิ่งปลูกสร้าง 2 อย่าง และการ์ด Landmarks (สิ่งปลูกสร้างอันเป็นจุดเด่นของเมือง) อีก 4 อย่างที่ยังไม่ได้สร้าง  แต่ละเทิร์นผู้เล่นจะทอยลูกเต๋า 1-2 ลูก หน้าเต๋าออกหมายเลขอะไรให้เทียบดูบนการ์ดสิ่งปลูกสร้างของตนเองและรับเงินตามจำนวนที่ระบุ  นำเงินที่ได้ไปซื้อสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเพื่อทำรายรับให้มากขึ้น เมื่อมีเงินมากพอผู้เล่นสามารถสร้าง Landmarks ของตนเองได้

ใครทีสร้าง Landmarks  ของตนเองได้ครบ 4 อย่างก่อนเป็นผู้ชนะ

 

Machi Koro Landmarks

 

GAMEPLAY

เริ่มต้นผู้เล่นทุกคนจะได้รับการ์ดสิ่งปลูกสร้างเหมือนกันคนละ 2 อย่าง (Wheat Field และ Bakery) , เงิน 3 เหรียญ และ Landmarks ที่ยังไม่ได้สร้าง 4 อย่าง  หลังจากนั้นนำการ์ดสิ่งปลูกสร้างที่เหลือทั้งหมดวางเรียงไว้ตรงกลางที่ผู้เล่นทุกคนสามารถมองเห็น นี่ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ผู้เล่นทุกคนสามารถซื้อมาเพิ่มได้ตลอดการเล่นเกม

 

MachiKoro StartingCards

 

ในแต่ละเทิร์นมีขั้นตอนการเล่นที่เรียบง่ายคือ ทอยลูกเต๋า > รับเงิน > ซื้อสิ่งปลูกสร้าง  ทำให้ Machi Koro เป็นเกมที่ใครก็สามารถเล่นได้รวมถึงผู้เล่นที่อ่อนด้านภาษาด้วย เพราะเกมใช้ตัวเลขเป็นหลัก แค่นับเลขเป็นคุณก็สนุกกับเกมนี้ได้แล้ว  ผมจึงขออนุมานเอาเองว่าเพื่อนๆทุกคนนับเลขเป็น!!!

เมื่อเซ็ตติ้งเกมเสร็จเรียบร้อย เลือกผู้เล่น 1 คนเป็นผู้เริ่มเกม และดำเนินเกมวนตามเข็มนาฬิกา

ผู้เล่นทุกคนต้องปฏิบัติตามขั้นตอนในแต่ละเทิร์นไปทีละอย่าง ห้ามสลับกัน ดังนี้;

1. ทอยลูกเต๋า : ผู้เล่นทอยลูกเต๋า 1 ลูก หรือ 2 ลูกหากสามารถสร้าง Landmark ที่ชื่อว่า “Station” ได้แล้ว (เลือกได้ว่าจะทอย 1 หรือ 2 ลูก)

2. รับเงิน : นำตัวเลขหน้าเต๋า (หรือผลรวมของหน้าเต๋า ในกรณีทอย 2 ลูก) มาเทียบดูกับการ์ดสิ่งปลูกสร้างของตนเอง ถ้าตรงกับใบไหน คุณจะได้รับเงินจากกองกลางตามจำนวนที่ระบุไว้บนหน้าการ์ดทั้งหมด สมมุติว่าคุณทอยได้ 2 และคุณมีการ์ดสิ่งปลูกสร้างที่ระบุเลข 2 จำนวน 5 ใบ คุณก็จะได้รับเงินตามจำนวนที่ระบุไว้บนการ์ดทั้ง 5 ใบ  การ์ดสิ่งปลูกสร้างแบ่งออกเป็น 4 ประเภทตามสี;

  • สีน้ำเงิน เมื่อมีผู้เล่นคนใดก็ตามทอยเต๋าได้เลขตรงการ์ดใบนี้ คุณได้รับเงิน (ทอยได้เองก็นับ)
  • สีเขียว คุณเป็นคนทอยเต๋าให้เลขตรงกับการ์ดใบนี้ด้วยตนเอง คุณได้รับเงิน
  • สีแดง ผู้เล่นคนอื่น (ไม่นับตัวเอง) ทอยเต๋าได้เลขตรงกับการ์ดใบนี้ คุณได้รับเงิน แต่เป็นเงินที่ขโมยมาจากผู้เล่นคนนั้น
  • สีม่วง คุณเป็นคนทอยเต๋าให้เลขตรงกับการ์ดใบนี้ด้วยตนเอง คุณได้รับเงิน แต่เป็นเงินที่ขโมยมาจากผู้เล่นคนอื่น (คุณเป็นคนเลือก)

3. ซื้อสิ่งปลูกสร้าง : คุณสามารถซื้อสิ่งปลูกสร้างได้ 1 อย่างต่อเทิร์น หรือเลือกที่จะไม่ซื้อเพื่อนำเงินที่ได้ไปสร้าง Landmarks แทน  จากที่กล่าวไปในข้างต้นแล้ว ผู้เล่นคนใดสามารถสร้าง Landmarks ได้ครบ 4 อย่างก่อนเป็นผู้ชนะ

 

Machi Koro

 

FEELING

10 กะโหลก สำหรับบอร์ดเกมแนวสร้างเมือง  ผมชอบตรงที่มันได้ทอยเต๋าทุกเทิร์นนี่แหละ เหมือนได้ลุ้นรางวัลลอตเตอรี่ตลอดเวลา  นอกจากนั้นคงเป็นความสนุกที่เรียบง่ายอันเป็นเอกลักษณ์ของเกมสไตล์ญี่ปุ่น  ผมนำเกมนี้ไปเล่นกับเพื่อนซึ่งมีแนวทางการเล่นที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เรามีสายฟาร์มเงิน 2 คน เน้น 1 เต๋า และ 2 เต๋าอย่างละคน และอีกคนเป็นสายขโมย ทำให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนว่าเราต้องบาลานซ์ทุกอย่างให้ลงตัว สายขโมยจะเน้นขโมยอย่างเดียวเลยไม่ได้เพราะถ้าไม่มีรายรับทางอื่นจะดำเนินเกมได้ช้ามาก ในขณะที่สายฟาร์มเงินหากไม่ซื้อการ์ดกั๊กสายขโมยไว้บ้าง ถึงจะมีโอกาสโดนขโมยน้อย แต่ถ้าโดนขึ้นมาจริงๆ ถึงขั้นตกสวรรนค์กันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ในรูปแบบของการหาเงินยังมีการทำคอมโบระหว่างการ์ดแต่ละใบด้วย เช่นการ์ดบางใบจะได้รับเงินตามจำนวนการ์ดใบอื่นที่มีสัญลักษณ์รวงข้าวระบุไว้ นั่นชี้ให้เห็นว่าการทำธุรกิจหรือดำเนินกิจการใดๆก็ตาม จำเป็นต้องทำไปทีละอย่าง วางแผนให้ชัดเจนว่าคุณกำลังจะทำอะไรและมุ่งหน้าไปทางไหน  มีคำคมสำหรับนักลงทุนกล่าวไว้ว่า “ให้แบ่งไข่ที่คุณซื้อมาไว้หลายๆตะกร้า หากตกแตกไปซักตะกร้าหนึ่ง ก็ยังมีเหลืออยู่อีกหลายตะกร้า” ซึ่งถือเป็นเรื่องจริงและชัดเจนที่สุด แต่นักลงทุนที่ผมชื่นชอบท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้เช่นกันว่า “ผมเลือกที่จะนำไข่ที่ผมซื้อมาทั้งหมดใส่รวมกันไว้ในตะกร้าใบเดียว และดูแลมันให้ดีที่สุด”  ทั้ง 2 วลีนี้ไม่มีใครผิดหรือถูก ผมมองว่ามันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ให้เราเลือกใช้ และ Machi Koro เป็นเกมง่ายๆที่ทำให้ผมตระหนักถึงความจริงในข้อนี้

โดยสรุปมันยอดเยี่ยมมากครับ

 

Final Verdict : ซื้อ!!!

 

#กูจะรวยจนมึงขโมยกูไม่มีวันหมด

 

ขอบคุณรูปภาพ : boardgamegeek , idwgames , geekdad , boardgaming

 

Comments

comments

Machi Koro

GEEKPLANETs Score

เราชอบบอร์ดเกมนี้มาก เราเล่นมันบ่อย เล่นแล้วเล่นอีกก็ยังคงสนุกเหมือนเดิม มันจะเป็นเกมแรกๆที่เรานึกถึงเมื่ออยากเล่นบอร์ดเกม

9.5/10
User Rating: 5.0 (3 votes)
Sending