[REVIEW] Star Wars Destiny

Sharing is Sexy...Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Pin on Pinterest

 

OVERVIEW

ถ้าเอ่ยชื่อ “สตาร์วอร์ส” (Star Wars) มหากาพย์สงครามอวกาศ คงมีน้อยคนนักที่ไม่เคยได้ยินชื่อผลงานที่เรียกได้ว่าเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซของ จอร์จ ลูคัส  หลายคนคงจำได้ดีถึงฉากที่น่าจดจำมากมายในหนัง (และการ์ตูน) ฉากการรบที่ยิ่งใหญ่ระหว่างกองทัพดรอยด์และโคลนทรูปเปอร์ ฉากดวลไลท์เซเบอร์ของเจไดและซิธ หรือแม้แต่การเสียสละอันน่าจดจำของเหล่าทหารกลุ่มเล็กๆ ในภาค “โร้ก วัน” (Rogue One: A Star Wars Story)

และหากคุณเป็นแฟนสตาร์วอร์สที่เคยจินตนาการว่าจะเป็นอย่างไร หากแจงโก้ เฟทท์ ได้มีโอกาสมาสู้กับลุค สกายวอล์คเกอร์ หรือเคยฝันว่าอยากจะลองหยิบตัวละครตัวโปรดจากจักรวาลนี้มาลองสู้กันดู เกม Star Wars Destiny คือคำตอบที่อาจชวนให้คุณสนใจ

ในเกม Star Wars Destiny (หรือ SWD) เป็นการ์ดเกมแบบ TCG พร้อมเต๋า ผู้เล่นสามารถเลือกฟอร์มทีมตัวละครจากทั้งด้านสว่างและด้านมืดเพื่อมาต่อสู้กับทีมของผู้เล่นอีกฝ่าย ซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกได้ทั้งตัวละครที่ใช้พลังเป็นหลัก กองทหาร หรือแม้แต่กลุ่มอันธพาลและพวกโจร

เกมเปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมาและได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทั่วโลก ส่งผลให้สินค้าขายหมดทุกที่ภายในระยะเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังวางจำหน่าย จนสุดท้าย FFG ซึ่งเป็นบริษัทต้นสังกัดต้องออกมาประกาศว่าจะทำการ reprint ชุด Starter และ Expansion ชุดแรกอีกหนึ่งรอบ

 

 

GAMEPLAY

 

DECK COMPONENTS

รูปแบบการเล่นของเกม Star Wars Destiny นั้นจะคล้ายกับการ์ดเกมแนว Deck-building ทั่วไป ผู้เล่นแต่ละคนจะจัดทีมของตนเองมาเพื่อใช้สู้กับทีมของอีกฝ่าย อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่ทำให้การ์ดเกม SWD มีความน่าสนใจ คือการใช้ระบบเต๋า (dice) เข้ามาเป็นตัวแปรเพิ่มเติม ซึ่งช่วยสร้างสีสันและอรรถรสในการเล่นให้ไม่จำเจเหมือนกับการเล่นการ์ดทั่วไป

ก่อนจะไปถึงเรื่องของเต๋า เรามาดูประเภทของการ์ดในเกมนี้กันก่อน สำรับของผู้เล่นจะประกอบด้วยสามส่วนหลักๆ ดังนี้

 

 

Character

ตัวละครที่คุณใช้สร้างทีมของคุณ ซึ่งแยกออกได้เป็นคนดี (Hero) และคนเลว (Villain) แน่นอนว่าไม่สามารถเล่นด้วยกันในทีมเดียวกันได้ นอกจากนี้ตัวละครแต่ละตัวจะถูกจัดให้อยู่ในสีใดสีหนึ่ง จากสามสี คือ สีฟ้า (BLUE) แทนถึงกลุ่มผู้ใช้พลัง , สีแดง (RED) แทนถึงตัวละครจากสายทหาร และ สีเหลือง (YELLOW) แทนถึงกลุ่มอันธพาล โจร และกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่เข้าข่ายสองสีแรก

ตัวละครแต่ละตัวจะมีแต้มบอกที่ด้านล่างซ้ายของการ์ด ตัวละครบางตัวสามารถเล่นเป็น “Elite” หรือเวอร์ชั่นเก่งกว่าได้ด้วยการจ่ายแต้มเพิ่ม เช่น Finn (AW45) มีแต้มเขียนไว้เป็น (13/16) หมายความว่า Finn มีแต้ม 13 แต้ม แต่ถ้าจะเล่นเป็น Elite จะต้องใช้ 16 แต้ม เมื่อเล่นเป็น Elite สิ่งที่คุณได้คือได้เต๋าตัวละครนั้นๆ เพิ่มเป็น 2 ลูก

สำรับของทีมของผู้เล่นจะต้องประกอบด้วย Character อย่างน้อยหนึ่งตัวเสมอ หากใช้ตัวละครมากกว่าหนึ่งตัวสามารถผสมสีกันได้ แต่จะต้องเป็นฝั่งเดียวกัน และตัวละครทั้งหมดที่ใช้จะต้องมีแต้มรวมกันไม่เกิน 30 แต้ม

 

 

Battlefield

สมรภูมิรบ แค่เห็นชื่อแต่ละสถานที่ก็ชวนให้หลายคนหวนถึงฉากต่างๆ ในมหากาพย์ของสตาร์ วอร์สได้แล้ว ในเกมนี้ สมรภูมิแต่ละที่จะให้ผลพิเศษเมื่อผู้เล่นยึด (Claim) ได้ การเลือกสมรภูมิให้เหมาะกับทีมของคุณจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ผู้เล่นจะต้องเลือก Battlefield หนึ่งสถานที่เมื่อทำการสร้างสำรับ

 

 

Event, Upgrade & Support

Event, Upgrade และ Support คือการ์ดที่เป็นส่วนจำเป็นหลักในการสร้างสำรับของคุณ โดยแต่ละสำรับจะต้องประกอบด้วยการ์ด 30 ใบ (ไม่รวม Character และ Battlefield) บางใบอาจมาพร้อมกับเต๋าด้วย ผู้เล่นสามารถใส่การ์ดทั้งสามแบบในสัดส่วนเท่าใดก็ได้ สำหรับเงื่อนไขการเลือกการ์ดมีดังนี้

  • ผู้เล่นสามารถใส่ได้เฉพาะการ์ดที่มีสีตรงกับตัวละครของตัวเองเท่านั้น (ดูได้ที่ด้านล่างการ์ด) ยกเว้นการ์ดสีเทา (GRAY) ที่สามารถใส่ได้ในทุกสำรับ
  • ผู้เล่นสามารถใส่ได้เฉพาะการ์ดที่เป็นของฝั่งตัวเอง (Hero/Villian) ยกเว้นการ์ดจะเขียนว่าเป็น Neutral หรือเป็นกลาง (ดูได้ที่ด้านล่างการ์ด)
  • ผู้เล่นสามารถใส่การ์ดใบเดียวกันซ้ำในสำรับได้สูงสุด 2 ชุดเท่านั้น

 

 

MECHANICS

เมื่อเริ่มเล่น ผู้เล่นแต่ละคนจะจั่วการ์ดคนละ 5 ใบเป็นมือแรก หากไม่พอใจ ผู้เล่นสามารถเลือก “mulligan” หรือทิ้งใบที่ไม่ชอบใส่เข้ากอง สับไพ่และจั่วอีกครั้งจนครบ 5 ใบตามเดิม เมื่อได้มือแรกแล้ว ผู้เล่นจะทอยเต๋า Character และนำค่าตัวเลขบนเต๋ามารวมกัน ผู้เล่นที่ได้เยอะกว่าจะได้เลือกว่าจะสู้รบที่สมรภูมิไหน เจ้าของสมรภูมิที่ถูกเลือกจะได้เริ่มเล่นก่อน ขณะที่ผู้เล่นอีกฝ่ายจะได้รับโทเค็น “Shield” ไว้ป้องกันดาเมจ 2 ชุด สามารถแบ่งให้ตัวละครของตัวเองยังไงก็ได้

เมื่อเข้าเทิร์น ผู้เล่นจะได้รับโทเค็น “Resource” หรือทรัพยากร จำนวน 2 หน่วย ซึ่งสามารถใช้เพื่อเล่นการ์ดบนมือได้ (การ์ดแต่ละใบจะมีค่าเล่นระบุที่มุมซ้ายบน)

ระบบการเล่นจะเป็นแบบสลับกันคนละ 1 Action เสมอ เริ่มจากผู้เล่นที่ยึด Battlefield ได้ สำหรับ Action ที่ทำได้เมื่อถึงเทิร์น คือ เล่นตัวละครหนึ่งตัว ซึ่งจะเป็นการทอยเต๋าตัวละครและอัพเกรดทั้งหมดที่ติดให้ตัวละครให้ลงไปอยู่ใน Pool, เล่น Support ซึ่งบางใบจะมีลักษณะคล้ายตัวละครคือมีเต๋ามาด้วย แต่จะไม่มี HP, เล่น Event จากบนมือ, ทิ้งไพ่จากบนมือเพื่อ re-roll เต๋าที่อยู่ใน Pool, เลือก Resolve หน้าเต๋าที่อยู่ใน Pool, เล่น Action อื่นๆ ที่ระบุบนการ์ด, ผ่าน (pass) และเลือก Claim Battlefield ซึ่งจะให้ผู้เล่นสามารถใช้ความสามารถของสมรภูมิได้ แลกกับการผ่าน Action ที่เหลือทั้งหมดของตนเองจนจบเทิร์น

เมื่อผู้เล่นทั้งสองฝ่ายเลือกที่จะผ่านก็จะจบเทิร์น ผู้เล่นจะมีโอกาสทิ้งไพ่ที่ไม่ต้องการ เพื่อรอจั่วมือให้ครบ 5 ใบในต้นเทิร์นหน้า

 

 

THE DICE

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Star Wars Destiny มีความน่าสนใจคือการใช้ระบบทอยเต๋ามาเป็นตัวแปรเพิ่มในการเล่น ซึ่งช่วยให้ผลลัพธ์ของเกมอยู่เหนือความคาดหมายได้มากกว่าเดิม แน่นอนว่าสำหรับสาวกสตาร์ วอร์สพันธุ์แท้ ก็อาจจะต้องอุทานตั้งแต่ครั้งแรกว่า “เฮ้ย นี่มันคล้ายกับ Chance Cube นี่นา” ซึ่งแน่นอนว่ามันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

เมื่อผู้เล่นทอยเต๋าลงใน Pool แล้ว ผู้เล่นก็สามารถเลือกที่จะ resolve เต๋าเหล่านั้น การ resolve เต๋าคือวิธีการหลักในการสร้างผลต่างๆ ในเกม เช่น สร้างความเสียหาย เป็นต้น โดยผู้เล่นสามารถใช้ 1 Action เพื่อ resolve เต๋าที่ออกหน้าเดียวกัน*กี่ลูกก็ได้* ยกเว้นบางกรณีที่เต๋าไม่สามารถ resolve ได้ เช่น ออกเป็นหน้า Modifier (หน้า +X สีฟ้า) ซึ่งต้องอาศัยเต๋าหน้าเดียวกันอีกลูกเป็นตัวตั้งต้น เมื่อ Resolve แล้ว ผู้เล่นจะได้ผลต่างๆ ขึ้นกับหน้าเต๋าแต่ละหน้า ดังนี้


Melee Damage – สร้างความเสียหายแบบประชิดให้กับ Character ที่เลือก ตามจำนวนบนหน้าเต๋า (ไม่มีความแตกต่างกับ Ranged Damage ยกเว้นในบางกรณี ที่ระบุไว้เป็นพิเศษตามความสามารถบนการ์ด)

Ranged Damage – สร้างความเสียหายระยะไกลให้กับ Character ที่เลือก ตามจำนวนบนหน้าเต๋า(ไม่มีความแตกต่างกับ Melee Damage ยกเว้นในบางกรณี ที่ระบุไว้เป็นพิเศษตามความสามารถบนการ์ด)

Shield – มอบโทเค็น Shield ให้กับตัวละครเป้าหมายตามจำนวนบนหน้าเต๋า โทเค็นนี้ใช้สำหรับป้องกันความเสียหายต่อ Character

Resource – ได้รับ Resource ตามจำนวนบนหน้าเต๋า

Disrupt – บังคับให้ฝั่งตรงข้ามเสีย Resource ตามจำนวนบนหน้าเต๋า

Discard – บังคับให้ผู้เล่นอีกฝ่ายสุ่มทิ้งไพ่จากบนมือตามจำนวนบนหน้าเต๋า

Focus – เปลี่ยนหน้าเต๋าลูกอื่นของตนเองเป็นหน้าที่ต้องการ ตามจำนวนบนหน้าเต๋า

Special – ใช้ความสามารถพิเศษที่ระบุบนการ์ดของเต๋านั้นๆ

Blank – ไม่มีผล หน้านี้ถือเป็นหน้าว่างและไม่สามารถ Resolve ได้

 

เต๋าที่ Resolve แล้วจะกลับคืนไปยังตัวละคร อัพเกรด หรือการ์ด Support ที่คู่กับเต๋า ขณะที่เต๋าที่เหลือใน Pool ซึ่งรอการ Resolve สามารถถูกเปลี่ยนหรือนำออกได้ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ด้วยผลของการ์ด Event หรือด้วยการทิ้งไพ่เพื่อ re-roll

 

 

WINNING THE GAME

เกมจะจบลงได้เมื่อผู้เล่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เหลือตัวละครในสนาม นอกจากนี้ เมื่อถึงตอนจบเทิร์น “หากผู้เล่นไม่เหลือไพ่บนมือ” และ “ไม่เหลือไพ่ในกองให้จั่วเพิ่ม” ผู้เล่นคนนั้นก็จะแพ้ในทันที

 

 

FEELING

โดยรวมแล้ว Star Wars Destiny การ์ดเกมที่ค่อนข้างเล่นง่ายเพราะระบบพื้นฐานของเกมไม่มีอะไรซับซ้อนมาก อีกทั้งยังเป็นเกมที่ชวนให้หลงใหล โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นแฟนสตาร์ วอร์ส อยู่แล้ว ถึงอย่างนั้นเกมนี้ก็ไม่ใช่เกมที่จะเรียกได้ว่าเล่นให้เก่งได้ง่ายๆ เพราะการเอาชนะอีกฝ่ายต้องอาศัยการคำนวณและบริหารทรัพยากรอันมีน้อยนิด ทั้งการเลือกใช้การ์ดและการจ่าย Resource เพื่อเล่นการ์ดบนมือ ยังไม่รวมถึงปัจจัยของการทอยเต๋าซึ่งเป็นอะไรที่คาดเดาได้ยากมาก แต่เป็นวิธีการหลักอย่างเดียวในการทำความเสียหายให้อีกฝ่าย ทั้งในแง่ดาเมจและในแง่อื่นๆ ด้วย

แน่นอนว่าความไม่แน่นอนของเต๋านั้นอาจไม่ถูกจริตกับหลายๆคน แต่โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่ามันน่าสนใจและทำให้เกมมันสนุกมีลุ้นขึ้นมาก แม้คุณจะมีหน้าเต๋าดีแค่ไหน ตีแรงยังไง ถ้ามันทอยไม่ได้ มันก็ไม่ได้ ซึ่งช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้เล่นปกติและผู้เล่นสายเปย์ (เทพทรู) ได้มากทีเดียว

สุดท้าย ถ้าคุณยังลังเล หรือสนใจแต่ไม่รู้จะเข้าดีไหม… จงนึกถึงคำพูดของ ดาร์ธเวเดอร์ จากสตาร์วอร์ส เอพพิโซด 5: จักรวรรดิเอมไพร์โต้กลับ

 

“Search your feelings, Luke. you know it to be true.”

 

 

Comments

comments

Star Wars Destiny

Author's Score

แฟนสตาร์วอร์ส ไม่ควรพลาด

8.5/10
User Rating: 5.0 (1 votes)
Sending